วันพุธ ที่ 20 มกราคม 2564
ไลฟ์สไตล์ / เส้นทางใหม่อาชีพคุณ
หนุ่มอดีตพนักงานห้างชื่อดังทิ้งเงินเดือน 4 หมื่น หันมาทำเกษตรผสมผสานตามรอยในหลวง ร.9 ปลูกองุ่น 22 สายพันธุ์เพาะพันธุ์กระต่ายขาย สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
: 31 ม.ค. 63
1.4k

ภายในพื้นที่ 15 ไร่ ภายในไร่กฤษยา บ้านสวนสวรรค์ ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร ถูกแบ่งสรรปันส่วนในการปลูกพืชหลากหลายชนิด ทั้งมะละกอ กล้วย ผักหวาน ต้นแค หน่อไม้ฝรั่ง และอะโวคาโด้ รวมไปถึงองุ่น 22 สายพันธุ์ภายในโรงเรือน 10 โรงเรือน คิดเป็นพื้นที่กว่า 3 ไร่ ที่เริ่มทยอยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของ นายณัฐวรรธน์ ชาญวิรวงศ์ อายุ 43 ปี อดีตพนักงานห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ทิ้งงานประจำเงินเดือนกว่า 4 หมื่นบาท เพื่อมาทำเกษตรผสมผสานตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9...

จากพื้นที่ไร่มันสำปะหลังเดิมที่คุณภาพดินทรุดโทรมจนแทบไม่สามารถปลูกพืชชนิดอื่นได้ อันเนื่องมาจากการปลูกมันสำปะหลังเพียงชนิดเดียวเป็นเวลานาน โดยที่ไม่มีการสลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ณัฐวรรธน์จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพลิกฟื้นปรับปรุงบำรุงผืนดินแห่งนี้นานนับปี กว่าที่จะสามารถปลูกพืชผักที่ให้ผลผลิตได้เช่นปัจจุบันนี้ ที่เริ่มมีรายได้ตอบแทนกลับคืนมาในความพยายาม...

โดยเฉพาะองุ่น 22 สายพันธุ์ ที่ณัฐวรรธน์ ตั้งใจปลูกเป็นพืชผลไม้หลักเพื่อให้เป็นพืชชูโรงของไร่กฤษยา หลังจากที่ศึกษาหาข้อมูลเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องของสายพันธุ์ตลอดจนการบำรุงดูแลรักษา จนกระทั่งได้ลงมือปลูกองุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ หลังจากต้นองุ่นที่ลงทุนลงแรงปลูกไว้ เริ่มปรากฏสัญญาณที่ดีเมื่อต้นองุ่นทุกสายพันธุ์ที่เขาปลูกไว้ เจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี มีช่อดอกและติดผลให้ได้เชยชมแล้ว และเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น ทำให้มีผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามาศึกษาดูงานจำนวนมาก

ณัฐวรรธน์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งระดับหัวหน้างานที่มีอัตราเงินเดือนกว่า 4 หมื่นบาท แต่เนื่องจากเกิดความรู้สึกเบื่อในความจำเจในงาน รวมทั้งที่ต้องมีการย้ายสาขาอยู่บ่อยๆ ทำให้ห่างเหินจากครอบครัว จึงได้ปรึกษากับภรรยาแล้วตัดสินใจลาออกมาทำเกษตรผสมผสาน ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยใช้ที่ดินมรดกของภรรยาจำนวน 15 ไร่ โดยเริ่มต้นจากการที่คิดว่าจะปลูกอะไรดีที่ไม่เหมือนคนอื่นเพื่อจะได้ไม่ไปแย่งเรื่องตลาด จึงได้ลงตัวที่องุ่นที่ในพื้นที่แถบยังไม่มีใครปลูก ซึ่งหลังจากปลูกองุ่นเกือบครบ 1 ปี ก็ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ องุ่นติดดอกทุกต้น ขณะที่ชุดแรกๆมีผลผลิตออกมาให้ชิมกันแล้ว คาดว่าราวปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะเป็นช่วงที่ผลองุ่นเติบโตเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เริ่มมีคนที่ทราบข่าวติดต่อจับจองผลองุ่นไว้บ้างแล้ว รวมถึงมีผู้ที่สนใจเดินทางมาศึกษาดูงานอยู่เป็นระยะ ซึ่งตนยินดีให้คำแนะนำถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน

ส่วนด้านรายได้ ณัฐวรรธน์ บอกว่า ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีแนวทางไว้ว่าเกษตรกรจะต้องมีรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ซึ่งพืชผักผลไม้ที่ตนปลูกในไร่แห่งนี้จึงมีหลากหลายที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกผลสร้างรายได้ โดยในปัจจุบันที่ไร่จะมีรายได้รายวันจากการเก็บหน่อไม้ฝรั่งจำหน่าย รายเดือนก็จะเป็นพวกอะโวคาโด ส่วนรายปีก็จะเป็นองุ่นที่ใกล้จะถึงฤดูกาลเก็บผลผลิตแล้ว โดยองุ่นในไร่แห่งนี้เน้นเป็นองุ่นที่ปลอดจากการสารเคมีและยาฆ่าแมลง จึงสามารถเด็รับประมาณได้ทันที ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรอำเภอภูพานคอยให้คำปรึกษาและแนะนำ

ซึ่งเมื่อรวมๆ ผลผลิตอื่นๆ ทั้งกล้วย มะละกอ และพืชผักชนิดอื่น วันหนึ่งจึงสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 1 พันบาท และเมื่อรวมทั้งที่ตนเพาะพันธุ์ไก่สวยงามและกระต่ายสวยงามจำหน่ายด้วยแล้ว เดือนหนึ่งจะทำให้มีรายได้เฉลี่ย 4-5 หมื่นบาท ซึ่งแม้รายได้จะไม่แตกต่างจากตอนที่ทำงานเป็นพนักงานห้างฯ แต่สิ่งที่แตกต่างคือตนมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ลดรายจ่ายค่าครองชีพจากการเดินทางไปทำงานในเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตนเองถือว่ามีค่ามากกว่าตัวเงินอย่างเทียบกันไม่ได้ และเป็นความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง

สำหรับท่านที่สนใจศึกษาดูงานหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับณัฐวรรธน์ สามารถติดต่อได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ไร่กฤษยา” เพื่อนัดแนะวันเวลา หรือติดต่อทางโทรศัพท์ 088-5091935 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ โดย ณัฐวรรธน์ บอกว่า พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกๆ ท่าน ด้วยความยินดี...

สุริยา แก้วก่า รายงาน

ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่น่าสนใจ