วันพุธ ที่ 20 มกราคม 2564
ไลฟ์สไตล์ / เส้นทางใหม่อาชีพคุณ
หนุ่มใจเด็ดโค่นต้นยางพาราทิ้ง หันมาปลูกต้นมัลเบอร์รี่สร้างรายได้ดีเยี่ยมกว่า
: 21 ก.พ. 63
13.6k

นายชัยวัฒน์ ชุมปราง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 10 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน  จ.พัทลุง ซึ่งเป็นยังสมาร์ทฟาเมอร์โมเดลในปี  2561 เผยว่า หลังจากที่ตนจบการศึกษาชั้น  ม.3 จากวิทยาลัยนาฎศิลป์พัทลุง และได้ศึกษาข้อมูลการซื้อขายยางพารามาอย่างต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นว่าอนาคตการทำสวนยางพาราคงไม่สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับครอบครัวได้  ดังนั้น ในปี 2558 ในช่วงที่พ่อแม่ของตนเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ตนจึงได้โค่นยางพาราเนื้อที่ 3 ไร่เศษที่เป็นพื้นทีน้ำท่วมมาปรับสภาพพื้นที่ อาทิ ขุดคูน้ำ ยกคันดิน  เพื่อปลูกต้นมัลเบอร์รี่  เนื่องจากยางพาราในพื้นที่ดังกล่าวจะมีรายได้ประมาณวันละ 200  บาทนั้น ส่วนในช่วงยางผลัดใบครอบครัวก็จะไม่มีรายได้ 

หลังจากี่ผลผลิตมัลเบอร์รี่ออกมาในปี 2559 ตนก็ได้นำผลผลิตไปวางขายตามตลาดนัดแต่ไม่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเนื่องจากคนส่วนใหญ่จะรู้จักมัลเบอร์รี่  แต่หลังจากที่ตนได้นำออกจำหน่ายในตัวเมืองพัทลุงในราคาถุงละ 25 , 50 บาท และกิโลกรัมละ 200 บาท ก็ได้รับความนิยมจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้นตนก็ได้นำผลิตดังกล่าวมาแปรรูปเป็นแยม  ร้อยแก้ว น้ำพริก ไอสกรีม น้ำปั่น ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนและครอบครัวในขั้นที่น่าพอใจยิ่งไม่น้อยกว่าเดือนละ  70,000 – 80,000  บาท  

นอกจากนั้นตนและครอบครัวยังได้นำผลผลิตมัลเบอร์รี่ไปเปิดจำหน่ายในงานและเทศกาลสำคัญๆของจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ในขณะที่ได้นำกิ่งตอน กิ่งปักชำ  ออกจำหน่ายเช่นกัน และเพื่อให้ผลผลิตมัลเบอร์รี่ในสวนของตนได้ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี จนจึงได้ปรับสภาพการดูแลต้นมัลเบอร์รี่ออกเป็น 4 รุ่น โดยในแต่ละรุ่นจะเก็บได้ประมาณวันละ 12 -15 กิโลกรัมในช่วงเวลา 45 – 50 วัน สำหรับช่วงในหน้าฝนจากการที่ตนทำโดมและนำพลาสติ๊กใสมาคลุมต้นมัลเบอร์รี่นั้นจะมีผลผลิตจะออกมามากกว่าปกติ และสามารถขายได้ราคาสูงถึง 300 – 400 บาท

ในส่วนของตลาดการจำหน่ายมัลเบอร์รี่นั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากตลาดใน จ.ภูเก็ต กระบี่ สงขลา ตรัง และ จ.ยะลา มีความต้องการสูงมาก ซึ่งในขณะนี้ตนและครอบครัวได้โค่นต้นยางพาราเนื้อที่ 2 ไร่เศษ เพื่อมาปลูกมัลเบอร์รี่เพิ่มขึ้นอีก 1 แปลง สำหรับเกษตรกรที่มีความสนใจที่จะปลูกมัลเบอร์รี่เป็นรายได้เสริมก็สามารถเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานการปลูกได้ และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.089-5979746

ทางด้านนายปรีชาฯ อายุ 48 ปี และนางสานพิณฯ อายุ 50 ปี บิดา –มารดาของนายชัยวัฒน์ฯ เผยว่า ตนแทบเป็นลมพับ เมื่อเห็นไร่สวนยางพาราถูกโค่น และถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่สำหรับปลูกต้นมัลเบอร์รี่ ทดแทนการปลูกยางพาราซึ่ง เป็นพืชที่ตนและภรรยาไม่รู้จักมาก่อน  แต่ก็ต้องทำใจเมื่อสภาพสวนยางพาราได้ถูกแปรเปลี่ยนไปแล้ว และเมื่อผลผลิตมัลเบอร์รี่ออกมา แต่ขายได้น้อยตนก็รู้สึกวิตกกังวลมากๆ แต่หลังจากที่สมาชิกครอบครัว ได้ร่วมกันนำผลผผิตดังกล่าว ออกจำหน่ายในตัวเมืองพัทลุง ทำให้ครอบครัวของตนมีรายได้เป็นที่น่าพอใจยิ่ง ในขณะนี้ตนยอมรับว่า รายได้ของผลผลิตมัลเบอร์รี่ สามารถสร้างรายได้มากกว่ายางพาราหลายสิบเท่า.

สุธรรม คงเพชร  รายงาน

ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่น่าสนใจ