วันพุธ ที่ 20 มกราคม 2564
ภาคเหนือ / เพชรบูรณ์
“ตาแต๋” ตายแล้วฟื้นมาเล่าว่าได้พบยมทูต และยมทูตนำวิญญาณกลับมา เพราะเอาผิดตัว คราวนี้ตายจริงๆ ไม่มีปาฏิหาริย์แต่วิญญานยังเฮี้ยน
: 17 มี.ค. 63
2k

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 จากกรณีที่เป็นข่าวดังไปทั่วที่ นายประเกียบ ขุนแก้ว หรือตาแต๋ อายุ 77 ปี ชาวบ้านสะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ คุณตาชาวเพชรบูรณ์ที่ตายแล้วฟื้นกลับมาเล่าให้ลูกหลานและชาวบ้านฟังว่า ไปพบยมฑูตมา แต่ยมฑูตนำวิญญานส่งคืนเพราะเอามาผิดตัว ล่าสุดผู้สื่อข่าวทราบว่าคุณตาแต๋คนดังได้ตายอีกครั้งซึ่งคราวนี้ตายจริงๆ ไม่มีวี่แววจะฟื้นอีกเลย   

สอบถามนางดอกไม้ ขุนแก้ว อายุ 48 ปี ลูกสาวของตาแต๋ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หลายเดือนก่อนประมาณเดือนตุลาคม 2562 ตาแต๋ ได้ไปสูบน้ำที่นาแล้วเกิดเจ็บหน้าอกวูบหมดสติจนหัวใจหยุดเต้น ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงหามร่างวิ่งข้ามถนน จนกระทั่งสองสาวพลเมืองดีจากองค์การโทรศัพท์ ได้ผ่านมาเจอก่อนช่วยทำซีพีอาร์ ปั๊มหัวใจจนกลับมามาชีวิตอีกครั้ง หลังฟื้นขึ้นมาจึงมาเล่าให้ลูกหลานและชาวบ้านฟังว่า ขณะที่หลับวูบไปนั้นได้ฝันเห็นยมทูตมารับตัวและถามชื่อ นามสกุล หลังยมทูตตรวจสอบก็บอกว่ารับตัวมาผิดคน จึงนำตาแต๋ มาส่งคืนและฟื้นจากความตาย เป็นที่ฮือฮาและเป็นข่าวดังไปทั่ว

หลังนำพ่อส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ แพทย์ได้ระบุว่า พ่อป่วยเป็นโรคเส้นเลือดใหญ่หัวใจรั่วจึงทำการรักษามาตลอด กระทั่งเมื่อ 3-4 วันก่อน พ่อได้เกิดมีอาการอ่อนเพลีย ลูกหลานจึงรีบนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่เหมือนเปลวเทียนที่ลุกโชนชั่ววูบก่อนวูบดับอีกครั้ง โดยในช่วงบ่ายวานนี้วันที่ 16 มีนาคม 2563 ญาติพี่น้องที่เฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล ได้โทรศัพท์มาแจ้งตน ขณะที่ตนกำลังเดินทางมาเอาของใช้ที่บ้านว่าพ่อเสียแล้ว ตนจึงเดินทางไปเตรียมโลงเย็นและจองศาลาวัดพร้อมนิมนต์พระไว้  หลังจากนั้นราวชั่วโมงเศษก็ได้รับโทรศัพท์จากญาติว่าพ่อฟื้นแล้ว จึงรีบยกเลิกงานศพและเตรียมเดินทางกลับไปหาพ่อที่โรงพยาบาล แต่อีกสักพักญาติก็โทรกลับมาอีกครั้งว่าเสียชีวิตอีกครั้งในเวลา 16.00 น. จึงกลับไปแจ้งวัดให้เตรียมงานอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้แพทย์ยืนยันว่า พ่อได้เสียชีวิตและไม่มีปาฏิหาริย์อีกครั้ง ตนจึงได้นำศพมาประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดทุ่งสะเดียง มีกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 19 มี.ค.2563 นี้

อย่างไรก็ตาม พ่อได้สั่งเสียไว้หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วว่า หากพ่อเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ ก็ขอให้ลูกๆ อย่าเศร้าโศกเสียใจ ให้นำกลองยาวมาแห่รำหน้าศพ และจงมีความสุขที่พ่อไปอยู่ภพภูมิใหม่ ห้ามเปิดเพลงธรณีกรรณแสงเด็ดขาด และให้ทำศพพ่อเพียงคืนเดียวอย่างประหยัดไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่หลังจากลูกหลานนำศพพ่อมาไว้ที่วัดแล้วจึงได้ร่วมกันหารือว่าจะจัดงานศพพ่อสัก 3 คืน แต่จู่ๆ ไฟฟ้าภายในวัดก็เกิดดับทั้งวัด ทำขนลุกซู่กันทั้งวงศาคณาญาติ ต่างกระโดดกอดกันตัวกลม ไม่คิดว่าวิญญานพ่อจะเฮี้ยนขนาดนี้ ทำให้ลูกๆ ต้องรีบลนลานไปจุดธูปบอกพ่อว่า ขออนุญาตพ่อจัดงานมากกว่าที่พ่อสั่งเสียเอาไว้ เพราะลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับมาไม่ทัน สิ้นคำบอกกล่าวต่อศพพ่อ ไฟฟ้าก็ติดขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจนางดอกไม้กล่าวในที่สุด.

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ