วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม 2563
ภาคใต้ / กระบี่
สุดช้ำพ่อ นศ.สาวประเภทสอง ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน อ้างเบิกประกันชีวิตจากมหาวิทยาลัยให้ลูก หลังพบเป็นศพฆ่าตัวตายที่ชุมพร
: 23 ม.ค. 63
401

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดถ้ำวารีริน (วัดบางเหลียว) หมู่ 2 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พบกับนายถาวร จันทร์คง อายุ 54 ปี รองนายก อบต.คีรีวง พ่อของนายชฎาธร หรืออลิส จันทร์คง อายุ 24 ปี นศ.สาวประเภทสอง ปี 4 ม.ราชภัฎสุราษฎร์ธานี ที่เขียนจดหมายลาตาย ก่อนจะขี่รถ จยย.ไปกระโดดคลองบริเวณสะพานบางยี่โร อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบเป็นศพเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งญาตินำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดังกล่าว แต่ระหว่างที่มีการจัดงานสวดพระอภิธรรมศพ ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา มีบุคคลลึกลับโทรศัพท์ติดต่อมาที่นายถาวร โดยอ้างว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนายชฎาธร ติดต่อมาจาก ม.ราชภัฎสุราษฎร์ธานี บอกว่าจะดำเนินการเบิกเงินประกันชีวิตที่ผู้ตายทำไว้กับทางมหาวิทยาลัยให้จำนวน 200,000 บาท แต่ให้นายถาวร โอนเงินค่าดำเนินการไปให้ก่อน 4,500 บาท จนมาทราบในภายหลังว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษา และแอบอ้างสถาบันมาหลอกเอาเงิน

นายถาวร เปิดเผยว่า ภายหลังลูกชายเสียชีวิตไปแล้ว ตนก็มาจัดงานศพลูกที่วัด จนเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนโทรศัพท์ติดต่อมาที่ตน บอกว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของลูก และแจ้งว่าลูกมีเงินประกันชีวิตที่ทำไว้กับมหาวิทยาลัย จะได้รับเงินชดเชยจำนวน 200,000 บาท แต่ให้ตนโอนเงินค่าดำเนินการไปให้จำนวน 4,500 บาท และให้เตรียมเอกสารของลูกชายไว้ทั้งหมด จะมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินทางมาที่งานศพเพื่อรับเอกสาร ไปทำเรื่องเบิกให้ ตอนนั้นตนยังเศร้าเสียใจกับการจากไปของลูก และกำลังยุ่งเรื่องการเตรียมการจัดงานศพอยู่ จึงไม่เอะใจ คิดว่าคงติดต่อมาจากมหาวิทยาลัยจริง จึงโอนเงินไปให้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย มีชื่อเจ้าของบัญชีคือนายอธิบดี ชุ่มเย็นดี จากนั้นก็เตรียมเอกสารไว้ทั้งหมด

นายถาวร กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อคืนวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางเพื่อนๆ และคณะอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัย ได้เดินทางมาร่วมงานศพ ตนจึงนำเอกสารเข้าไปมอบให้กับนายธวัช บุญนวล อาจารย์ที่ปรึกษาของลูก แต่ทางอาจารย์ของลูกบอกไม่รู้เรื่องดังกล่าว จึงทราบแน่ชัดแล้วว่าตนถูกหลอกแน่นอน ทางมหาวิทยาลัย จึงบอกให้ตนไปดำเนินการแจ้งความ เพื่อติดตามหาตัวคนก่อเหตุ ซึ่งตนเตรียมรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความไว้แล้ว ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวแม้เป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ก่อเหตุเลือกจะมากระทำกับตนเหมือนเป็นการซ้ำเติม ตนต้องเสียลูกชายไปแล้ว ยังถูกหลอกได้อีก เกรงว่าบุคคลดังกล่าวจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก จึงอยากให้ทางตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เชื่อว่าไม่ยากที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดี

ด้านอาจารย์ธวัช บุญนวล อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า เมื่อพ่อของอลิส นำเอกสารมาให้และเล่าให้ฟัง ขอยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไม่เคยมีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองทุกกรณี จึงรู้สึกเสียใจที่มีคนร้ายหากินบนความทุกข์โศกเศร้าของคนอื่น ขอให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะปัจจุบันมีคนร้ายที่หากินโดยออกอุบายต่างๆ ให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเป็นจำนวนมาก.

ข่าว/ภาพ  วิสุทธิ์ รองพล

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ