วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน 2563
ภาคใต้ / กระบี่
“บิ๊กป้อม” ผลักดัน B10 เป็นน้ำมันพื้นฐาน เกษตรกรสวนปาล์ม สุดปลื้มทำราคาปาล์มทะลุ 7 บาท
: 29 ม.ค. 63
482

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 29 ม.ค.63 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กปน.) พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจริวงค์ รมว.พลังงาน นำคณะเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม บมจ.ปตท. เปิดเวทีเสวนา “B10 สร้างสมดุลปาล์มน้ำมัน สู่ความยั่งยืน” บริเวณลานพระอาทิตย์ อบจ.กระบี่ โดยมีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ จ.กระบี่ กว่า 500 คน มาร่วมรับฟังแนวนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการผลักดันน้ำมันไบโอดีเซล B10 เป็นน้ำมันพื้นที่ของประเทศไทย โดยกำหนดจัดเสวนาที่ จ.กระบี่ เนื่องจากถูกยกให้เป็นเมืองหลวงแห่งปาล์มน้ำมันไทย เนื่องจากมีเกษตรกรกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวมากกว่า 3 ล้านคน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นโยบายน้ำมัน B10 เป็นนโยบายที่จะสนับสนุนให้ราคาปาล์มสูงขึ้น เราต้องทำให้ราคาปาล์มน้ำมันมีความยั่งยืน โดยราคาปาล์มน้ำมันตอนนี้สูงขึ้นแล้ว แต่ต่อไปจะต้องทำให้ราคามาตรฐานไม่ต่ำกว่า 7 บาท โดยการผลักดันให้ราคาปาล์มสูงขึ้น คือต้องใช้น้ำมัน B10 มาเป็นตัวผลักดัน ที่ผ่านมาตนได้รับทราบปัญหาชาวสวนปาล์มมาโดยตลอด วันนี้ตนได้มีโอกาสมาพบเกษตรกรสวนปาล์ม ได้เห็นรอยยิ้มของเกษตรกร เพราะราคาปาล์มสูงขึ้นทะลุ 7 บาท ในไตรมาสที่ 4 ของปี 62 และในเดือน ม.ค.63 นี้ คาดว่าจะมีมูลค่าของผลผลิตไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาทต่อเดือน ปีนี้ราคาปาล์มน้ำมันจึงดีแน่นอน เพราะ กนป.มีมาตรการนำน้ำมันปาล์มไปผลิต B10 เพื่อเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มให้มากขึ้น

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อเดือน ก.ค.62 ที่ผ่านมา กำชับให้ทุกกระทรวง เร่งแก้ปัญหาเรื่องรายได้ และความเป็นอยู่ของเกษตรกร หากย้อนกลับไปปี 58-59 จะเห็นว่าผลผลิตปาล์มออกน้อยทำให้ราคาดีอยู่ที่ กก.ละ 4-5 บาท และรัฐบาลต้องนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 60 แต่ในปี 62 ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเป็น 16.5 ล้านตัน ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเกือบทั้งปี แต่ราคามาดีขึ้นในไตรมาส 4 เพราะ กนป.กำหนดมาตรการต่าง ๆ ออกมา มามาตรการแรกให้นำน้ำมันปาล์มไปผลิตกระแสไฟฟ้า กฟผ.รับซื้อน้ำมันปาล์ม 9.62 หมื่นตัน มาตรการที่สองคือ ผลักดันให้นำน้ำมันปาล์มมาผลิตน้ำมันดีเซล B10 และผลักดันให้เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ ซึ่งตนในฐานะประธาน กนป.กำชับให้กระทรวงพลังงาน ขับเคลื่อน 2 มาตรการนี้เป็นกรณีเร่งด่วน กระทรวงพลังงานจึงมอบหมายให้ กฟผ.รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 90,200 ตัน ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการส่งมอบ นอกจากนี้ยังผลักดันในที่ประชุม กนป.ให้นำน้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 เป็นต้นมา

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ว่าการผลักดันนโยบายดังกล่าว รัฐบาลใช้กลไกทุกอย่างที่มีอยู่ ผลักดันทุกนโยบายให้ปรากฎเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริโภคพลังงานของโลก ที่ปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล มาเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไทยเรามีน้ำมันบนดินคือน้ำมันปาล์ม ซึ่งตอบโจทย์ที่จะลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลฟอสซิล แกปัญหาปาล์มล้นตลาด ลดปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเชื่อว่าน้ำมัน B10 จะสร้างเสถียรภาพของราคาปาล์มในปี 63 ได้อย่างแน่นอน จึงขอให้พี่น้องชาวสวนปาล์มเชื่อมั่นในรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ครบวงจร ซึ่งตนสั่งให้ กปน.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรายงานให้ทราบทุกสัปดาห์ และให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกัน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ กนป. และ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้ดำเนินการไปตามนโยบายในทิศทางเดียวกัน ซึ่งน้ำมัน B10 จะเป็นสิ่งที่ช่วยเกษตรกรฐานราก สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ จะต้องไม่มีอีกต่อไป ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ด้วย.

ข่าว/ภาพ  วิสุทธิ์ รองพล

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ