วันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม 2564
ภาคใต้ / สงขลา
โจรงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า เจ้าของร้านกลับเข้ามา ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ พร้อมเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน
: 01 มี.ค. 63
494

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ร.ต.อ.สุชาติ สงสม ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้รับแจ้งจากนายสมพร สุวรรณแสง อายุ 46 ปี เจ้าของร้านซักผ้าหยอดเหรียญ เลขที่ 120 / 345 ถนนติณสูลานนท์ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ว่าคนร้ายเข้ามางัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ทั้งหมด 7 ตู้ พร้อมนำกล่องใส่เงินไปด้วย ได้เงินไปทั้งหมดประมาณ 4 – 5 พันบาทจึงได้เดินทางไปทำการตรวจสอบที่บ้านเลขที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบนายสมพร สุวรรณแสง ผู้แจ้งรออยู่หน้าร้านและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการตรวจสอบตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ทั้ง 7 ตู้ ที่คนร้ายนำกล่องใส่เงินไปด้วย 

จากการสอบสวนทราบว่า ที่ร้านมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญทั้งหมด 12 ตู้ มีการติดตั้งป้องกันการขโมยเครื่องซักผ้าอย่างแน่นหนา ในส่วนของตู้หยอดเหรียญก็มีกุญแจล๊อคเรียบร้อย เนื่องจากเมื่อคืนนี้ไม่ได้อยู่บ้าน กลับมาที่บ้านก็ช่วงบ่าย อีกทั้งมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ก็คิดว่าคงจะไม่มีใครกล้ามาก่อเหตุ บริเวณด้านหน้าที่วางเครื่องซักผ้าทั้ง 12 เครื่องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง บริการลูกค้ามาซักได้ตลอดเวลา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็มีลูกค้ามาแจ้งให้ทราบ จึงได้ตรวจสอบและแจ้ง 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบเนื่องจากมีภาพคนร้ายที่กล้องวงจรปิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบและดูกล้องวงจรปิดที่เห็นใบหน้าคนร้ายขอบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งประสานขอชุดพิสูจน์หลักฐานมาเก็บลายนิ้วมือแฝงด้วย คนร้ายใช้คีมขนาดใหญ่ในการตัดกุญแจลิ้นชักตู้ใส่เงินโดยบางตู้ที่มีกุญแจติดกับลิ้นชักก็ใช้งัดออก

นายสมพร สุวรรณแสง อายุ 46 ปี เจ้าของร้านซักผ้าหยอดเหรียญ กล่าวว่า โจรมันงัด ตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ทั้งหมด 7 ตู้ มีเงินอยู่ในตู้ประมาณ 4-5 พันได้ เนื่องจากเพิ่งมาทราบข่าวเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปกติจะอยู่บ้านตลอด แต่วันนี้ ออกไปธุระข้างนอกเพิ่งกลับมา ประตูบ้านด้านในได้ทำการปิดไว้ แต่ด้านนอกที่มีเครื่องซักผ้าจะต้องเปิดเพื่อให้ลูกค้ามาซักผ้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง พอดีมีกล้องวงจรปิดตำรวจได้ดูแล้วและจะติดตามตัวคนร้ายให้ได้ดูจากกล้องแล้ว

 

คนร้ายใส่หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แต่ไม่เต็มหัว มันไม่ได้ลงข้างล่าง แต่ก็ยังมองเห็นหน้า ไม่คุ้นหน้าและไม่เคยเห็นด้วย คนร้ายใช้เวลานาน ประมาณชั่วโมงกว่า ในการเข้ามาใช้คีมขนาดใหญ่ตัดกุญแจตู้หยอดเหรียญทั้ง 7 ใบ ตัดแบบใจเย็นด้วย บางครั้งยังเดินออกไปสูบบุหรี่ด้านนอกเพื่อไม่ให้คนสังเกตได้ โดยเข้ามาทำการตัดก่อนเที่ยงคืน ใช้เวลาเกือบชั่วโมง โดยเดินเวียนไปเรื่อยๆ แบบใจเย็น เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านนอก เห็นว่าเข้ามาทำการตัดตู้ หยอดเหรียญ จะได้ไม่เป็นที่สงสัย.

ข่าว/ภาพ : สิทธิชัย ชูโตชนะ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ