วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2564
ภาคใต้ / สตูล
ผู้ชุมนุมทางศาสนาที่อินโดนีเซียและมีการนำกลุ่มพี่น้องเหล่านี้กลับเข้ามาเป็นคนใน จ.สตูล 26คน พบ15ราย
: 09 เม.ย. 63
190

นายวีรนันทน์  เพ็งจันทร์ ผวจ.สตูล กล่าวว่า สำหรับคนใน จ.สตูลยังไม่มีคนติดเชื้อโควิด19แต่มีคณะคณะหนึ่งซึ่งเป็นคนจ.สตูล ที่ไปชุมนุมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซียและมีการนำกลุ่มพี่น้องเหล่านี้กลับเข้ามาเป็นคนใน จ.สตูล 26คน   ตรวจเชื้อพบ15ราย ผลก็มี5รายที่เป็นผู้มีอายุ60ปีขึ้นไปทั้ง5รายต้องดูแลรักษานำเข้าสู่ขบวนการรักษาต้องดูแลอย่างสูงเพราะท่านเป็นคนมีอายุส่วนอีก10คนรักษาตัวที่รพ.สนามนี่คือข้อมูลทั้งหมดการติดเชื้อในพื้นที่สตูลก็อยู่เฉพาะกลุ่มนี้ แล้วก็กลุ่มนี้ตอนเรานำมาจากสนามบินหาดใหญ่จนถึงโรงพยาบาลสนามที่ม.ราชภัฎสงขลาวิทยาเขตสตูล ที่ อ.ละงู ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าไว้เป็นที่รักษาคนที่มีอาการไม่มากนัก เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้มาเข้าโรงพยาบาลที่นี่เลย ขบวนการขับเคลื่อนก็ไม่มีการสัมผัสโรคไม่มีคนอื่นมาสัมผัสโรคสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติก็ปฏิบัติตามหลักวิชาการมีการป้องกันเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้วก็มีการกักตัว14วันเพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มอีกต่างหาก  จึงเรียนพี่น้องว่าไม่ต้องเสียขวัญในพื้นที่ จ.สตูล เรายังไม่มีคนเกิดโรคนี้ขอให้พวกเราปฏิบัติอย่างเข้มแข็งต่อไปอย่าไปคิดในเรื่องตัวเลขตัวเลขจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ จ.สตูลยังไม่เกิดโรคนี้แต่อย่างได แต่คนที่ไปชุมนุมทางศาสนาในประเทศอินโดนีเซียเป็นคนใน จ.สตูลแต่ถือว่าเป็นกลุ่มพิเศษเราก็บล๊อกกันเต็มที่จะไม่ให้กระจายและไม่ให้ใครมาสัมผัสขอให้พี่น้องทุกท่านสบายใจได้

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผู้ที่ป่วยได้หลบหนีไปบ้าง ญาติเอาเสื้อผ้าไปซัก บางรายบอกว่าผู้ที่ถูกกักตัวรักษาดื้อรั้นบ้าง หลบหนีไปบ้าง ผวจ.สตูล กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ลือกันไปเพราะเรื่องหนีไปไม่มีทางเราได้รับความร่วมมือจากทหาร ตำรวจ ทางการแพทย์ สาธารณสุข ทุกฝ่ายไม่มีใครสามารถหลบหนีไปได้ขบวนรถที่นำมาจากสนามบินหาดใหญ่ มีการคุ้มกันอย่างดีใช้รถทหารได้รับความเมตรจากแม่ทัพกองทัพภาคที่4เพราะฉะนั้นข่าวลือต่างๆอย่าไปฟังนะครับเอาเสื้อผ้าไปซักข้างนอกก็เป็นไปไม่ได้เพราะนี้คือโรงพยาบาลสนามคำว่าโรงพยาบาลนามไม่ใช่ค่ายลูกเสือนะครับโรงพยาบาลสนามก็คือโรงพยาบาลเราวางแผนตั้งโรงพยาบาลสนามมาก่อนหน้านี้ประมาณ15วันมีนายแพทย์ประวิตร วณิชชานนท์ ผอ.รพ.ละงู มาเป็นผอ.รพ.สนามและมีคณะกรรมการบริหารในมาตรฐานการดูแลก็เหมือนการดูแลผู้ป่วยทั่วไปที่สำคัญยิ่งเราได้ประกาศพื้นที่ ม.ราชภัฏสงขลาวิทยาเขตสตูล ซึ่งเป็นที่ตั้งรพ.สนามเป็นเขตหวงห้ามเฉพาะตามกฏหมายเพราะฉะนั้นผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไม่ได้เริ่มตั้งแต่ประตูรั้วเลยครับ ขอยืนยันอีกครั้งกลุ่มผู้ป่วย5คนที่แยกส่งรพ.สตูลไม่ได้มีอาการหนักมากแต่เป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะมีอายุสูงเราต้องการเซฟชีวิตเรามอบว่าชีวิตคนคนหนึ่งมีความสำคัญถ้าเขาเป็นอะไรไปญาติพี่น้องเข้าต้องเศร้าเสียใจ ต้องชัดเจนว่าอย่าไปจิตรตกจ.สตูลเรายังเป็นศูนย์นะเป็นเพียงคนกลุ่มนี้เท่านั้นเองที่เรารับมาต้องดูแลเป็นพอเศษ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ